ลดไขมัน เพิ่มการเผาผลาญได้อย่างไร

ลดไขมัน เพิ่มการเผาผลาญได้อย่างไร


        หลายๆ คนอาจจะเคยรู้สึกว่าทำไมคนอื่นโชคดีที่กินเยอะก็ไม่อ้วนเลย อีกทั้งไม่ค่อยออกกำลังกายสักเท่าไร ในขณะที่ตัวเองแค่หายใจเข้ายังรู้สึกว่าน้ำหนักขึ้นง่ายมาก โดยคำอธิบายที่ง่ายสุดก็คือเป็นเพราะเกี่ยวกับระบบเผาผลาญพลังงานนั่นเอง ดังนั้นหากต้องการเพิ่มอัตราการเผาผลาญจะต้องลดไขมันในร่างกายเสียก่อน


     Photo by Ev on Unsplash

ความเชื่อผิดๆ ในการลดไขมัน

        ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ต้องการลดไขมันมักจะมีความเชื่อที่ว่า ต้องรับประทานให้น้อยๆ ซึ่งลดอาหารด้วยการจำกัดปริมาณไม่ให้เกิน 500 กิโลแคลอรีต่อวัน ทั้งที่ปกติร่างกายของผู้หญิงนั้นต้องการพลังงานวันละ 1,600 กิโลแคลอรี ส่วนผู้ชายจะต้องการพลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี
        ดังนั้นหากเราอดอาหารเป็นระยะเวลา 1 เดือน แล้วสังเกตเห็นว่าน้ำหนักลดลงมาก หรือการลดไขมันด้วยวิธีจากอินเทอร์เน็ตอย่างเช่นสูตรอาหารลด 10 วัน 10 กก. นั่นอาจเป็นการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อของร่างกาย และยังลดประสิทธิภาพของอัตราการเผาผลาญพลังงานอีกด้วย
        ผลลัพธ์ที่ตามมาอันดับแรกๆ คือน้ำหนักตัวจะลดลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นน้ำหนักจะเริ่มอยู่ตัวไม่ค่อยลดลงและยังได้ภาวะโยโย่เอฟเฟกต์มาเป็นส่วนเกินอีกด้วย ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อที่สลายแทนที่จะเป็นไขมันนั่นเอง

การลดไขมันเพื่อเพิ่มการเผาผลาญอย่างถูกวิธี

🔥ห้ามงดมื้อเช้า ถ้าเราไม่รับประทานอาหารมื้อเช้า จะทำให้สมองหลั่งสาร Neuropeptide Y ซึ่งทำให้รู้สึกหิวและอยากรับประทานมากกว่าเดิม ระบบเผาผลาญก็ทำงานลดลง อีกทั้งยังส่งผลให้อยากของหวานมากขึ้น

🔥เลือกชนิดของอาหาร ควรรับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงประเภทน้ำตาลและไขมันสูง แต่เน้นผักผลไม้ที่มีอุดมไปด้วยกากใยอาหารให้มากขึ้น เพราะมีปริมาณแคลอรีต่ำแต่ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว รับประทานควบคู่กับโปรตีนอย่างเช่นถั่วและเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อพร้อมกับเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานให้ทำงานดีขึ้น

🔥ดื่มน้ำเปล่ามากๆ เพราะน้ำเปล่าจะช่วยให้ระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกายเป็นปกติ รวมทั้งการทำงานของตับและไตด้วยเช่นกัน เมื่อตับทำงานดีก็จะช่วยเร่งเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่สะสมให้กลายเป็นพลังงาน นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการตัวบวมหรืออาการท้องผูกอีกด้วย

🔥ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีที่จะช่วยลดไขมันและเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้ดี โดยใช้วิธีออกกำลังกายทั้งสองแบบนี้ผสมผสานกัน
           -การเผาผลาญระยะสั้น เป็นการออกกำลังกายอย่างเข้มข้นแบบสูงสลับเบาที่เรียกว่า High Intensity Interval Training (HIIT) อย่างเช่นการวิ่งหนักอย่างเร็วที่สุด 1 นาที สลับกับการวิ่งจ๊อกกิ้งช้าๆ 1 นาที
          -การเผาผลาญระยะยาว เน้นการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งเพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ พอเรามีปริมาณกล้ามเนื้อภายในร่างกายมากขึ้นก็จะเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้ดีขึ้น อาหารที่รับประทานเข้าไปจะถูกนำไปใช้จนไม่หลงเหลือสะสมเป็นไขมันนั่นเอง

🔥Cheat Meal ลดความเครียด เราสามารถมีมื้อ Cheat Meal สัปดาห์ละ 2 – 4 มื้อ ในการรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูงได้ เป็นการช่วยให้ร่างกายและจิตใจไม่รู้สึกเครียดต่ออาหารสุขภาพมากเกินไป อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานให้สูงขึ้น

    เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่อยากมีร่างกายที่เต็มไปด้วยไขมันส่วนเกิน หรือรับประทานอะไรนิดหน่อยก็น้ำหนักขึ้นง่าย ก็ควรหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น แล้วอาหารกับไขมันก็จะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไปค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง :    www.bangkokhospital.com
        www.lovefitt.com
        www.bookyhealthyclub.com





--------------------------------

Subscribe จะได้ไม่พลาดวิดิโอใหม่ๆ และกิจกรรมดีๆ  ได้ที่ https://goo.gl/iEtLS7
"ออกกำลังกายง่ายๆ ได้ทุกที่ สุขภาพดีสร้างได้เอง" กับ Ballyfit25
 Channel สำหรับคนรักสุขภาพทุกเพศ ทุกวัย อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีรูปร่างที่ดีขึ้นอย่างปลอดภัยด้วยตัวเอง แชร์ท่าออกกำลังกายง่ายๆ ที่สามารถทำได้ทุกที่ รวมทั้งสาระความรู้อื่นๆ ด้านสุขภาพ อาหารการกิน ความสวยความงาม

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.